Siamevent Forum Welcome, Guest. Please login or register.
Always stay logged in

Login with username, password and session length

Home Help Calendar Login Register

Pages: [1]
  Print  
Author Topic: เรื่องย่อ : "ศึกชิงมรดกราชาเป๋าฮื้อ" ตอนที่ 21-40  (Read 3319 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
PR_siamevent
ทีมงานสยามอีเว้นท์
Full Member
*****
Offline Offline

Posts: 189


« on: July 26, 2009, 04:01:42 PM »

ตอนที่ 21
   หลิงลี่ดึงหลิงปอมาเป็นพวกได้สำเร็จ สร้างความไม่พอใจให้หวังซิ่วฉินเป็นอันมาก ฉางจ้ายซินเกรงว่าเชิงเลี่ยงจะกลับไปคบหาแฟนเก่า ดังนั้นจึงชวนเพื่อนจับให้ได้คาหนังคาเขา ที่แท้ทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิด เชิงเลี่ยงดักรอฉางจ้ายซิน โดยเตรียมดอกไม้ไว้ขอโทษฉางจ้ายซิน เชิงเลี่ยงพาฉางจ้ายซินไปเที่ยวตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้
   หลิงเฉี่ยวบอกหวังซิ่วฉินว่าเซลมะเร็งลุกลามทุกทีแล้ว หวังซิ่วฉินนำความไปบอกถังเหยินเจีย  โดยแต่งเรื่องโกหกว่าความปรารถนาของหลิงเฉี่ยวที่ต้องการยกร้านถังจี้ให้ถังจื้ออี้ยังไม่สัมฤทธิ์ผล ถังเหยินเจียสะเทือนใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น สกุลจัวตกแต่งร้านที่สกุลถังมอบให้เป็นสินสอดเป็นร้านอาหาร แต่นึกไม่ถึงว่ากลับให้สกุลถังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตกแต่งร้านจำนวนสองล้านห้าแสนเหรียญ หลิงลี่และถังจื้ออันต่างอธิบายความจริงให้ถังเหยินเจียฟัง เนื่องจากถังเหยินเจียสะเทือนใจด้วยอาการป่วยของ        หลิงเฉี่ยว ทำให้ถังเหยินเจียไม่ได้ติดใจเรื่องเงินสักเท่าใดนัก ในที่สุดถังเหยินเจียก็ตัดสินใจมอบเงินจำนวนสองล้านห้าแสนเหรียญ   ให้สกุลจัว
   ฉางจ้ายซินต้องการสร้างความประหลาดใจในวันเกิดของเชิงเลี่ยง ดังนั้นจึงแอบไปเรียนเป่าแซกโซโฟน แม้ว่าจะถูกอาจารย์ดูถูกว่าไม่มีพรสวรรค์ก็ตาม แต่ฉางจ้ายซินก็พยายามจนสุดความสามารถ ทันทีที่ถังจื้ออี้และจัวเหวินลี่เดินทางมาถึงฮ่องกง หวังซิ่วฉินก็นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านบอกคนทั้งสอง หวังซิ่วฉินประสบความสำเร็จในการใช้ถังจื้ออี้เป็นเครื่องมือ ทำให้หลิงลี่และถังจื้ออันต้องไปจากบ้านสกุลถัง นึกไม่ถึงว่าในเวลาเดียวกันนั้นเอง      หลิงเฉี่ยวก็เดินทางกลับมาฮ่องกงอย่างกะทันหัน หลังจากที่หลิงเฉี่ยวกลับถึงบ้านแล้ว หลิงเฉี่ยวก็เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ถังจื้อฮวน  ซินฟังอย่างละเอียด เพื่อให้ถังจื้อฮวนสามารถแยกแยะถูกผิดได้ หลิงเฉี่ยวประกาศต่อหน้าทุกคนถึงความผิดที่หวังซิ่วฉินขายร้านถังจี้....   


ตอนที่ 22
   ถังเหยินเจียและถังจื้อฮวนต่างพากันจับจ้องไปที่หวังซิ่วฉิน หวังซิ่วฉินยอมรับผิดแต่โดยดี สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป แต่    ถังเยินเจียกลับไม่ใยดีหวังซิ่วฉินแต่อย่างใด
   แม้ว่าฉางจ้ายซินจะพยายามฝึกซ้อมแซกโซโฟนจนสุดความสามารถ แต่ก็ยังถูกอาจารย์ดูถูกว่าไม่มีพรสวรรค์ ขอให้เลิกเรียนเสียเถิด ถังจื้ออันพบว่าฉางจ้ายซินมีเรื่องไม่สบายใจ หลังจากที่ถังจื้ออันรู้ถึงต้นสายปลายเหตุแล้วก็บอกฉางจ้ายซินว่าตนเป็นนักแซกโซโฟนชั้นแนวหน้า ฉางจ้ายซินดีใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงคารวะถังจื้ออันเป็นอาจารย์ โดยขอให้ถังจื้ออันสอนเธอเป่าแซกโซโฟนเพลงหนึ่งเพื่อมอบให้เชิงเลี่ยง
   ขณะที่เชิงเลี่ยงส่งฉางจ้ายซินกลับบ้านนั่นเอง ทั้งสองพบเห็นฉางฟงเตร็ดเตร่อยู่บนท้องถนน ที่แท้ฉางจ้ายเต๋อกลับมา      ที่บ้าน จากนั้นก็บอกให้พ่อออกมาหาซื้อของให้ตนกิน ฉางจ้ายเต๋อบอกทุกคนว่าจะไม่ทำธุรกิจอีกต่อไปแล้ว การกลับมาครั้งนี้นั้นเพื่อหางานทำ ก่อนที่เชิงเลี่ยงจะขอตัวกลับ เชิงเลี่ยงกำชับฉางจ้ายซินอย่าได้หลงเชื่อคำพูดของฉางจ้ายเต๋อเป็นอันขาด ด้วยเหตุนี้เองฉางจ้ายซินจึงมีปากเสียงกับเชิงเลี่ยงขึ้นมา
   หลิงเฉี่ยวเข้ารับการรักษามะเร็ง ทุกคนในบ้านสกุลถังต่างให้กำลังใจหลิงเฉี่ยว ถังจื้ออันบอกทุกคนให้ยิ้มสู้ โดยให้รอยยิ้มเป็นกำลังใจให้หลิงเฉี่ยวต่อสู้โรคร้าย   เชิงเลี่ยงได้พบกับหมิงเสียเข้าโดยบังเอิญ    เชิงเลี่ยงให้คำแนะนำหมิงเสียให้หาคู่ทางโทรศัพท์ หมิงเสียเกิดความประทับใจในตัวเชิงเลี่ยง โดยเชื่อว่าเธอและเชิงเลี่ยงมีวาสนาต่อกัน
   ฉางจ้ายเต๋อหยิบยืมเงินจากคนในบ้าน สร้างความกลัดกลุ้มใจให้ฉางจ้ายซินยิ่งนัก ฉางจ้ายเต๋อขอให้พ่อออกหน้ายืมเงิน    ให้ตน ฉางจ้ายซินไม่มีทางเลือกจึงต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งแสนเหรียญจากสถาบันการเงินมาให้ฉางจ้ายเต๋อ เพื่อให้ฉางจ้ายเต๋อนำเงินไปใช้หนี้ ถังจื้ออันเสนอให้ความช่วยเหลือฉางจ้ายซิน โดยมอบเงินสดจำนวนหนึ่งแสนเหรียญให้เธอ นึกไม่ถึงว่าฉางจ้ายเต๋อ        เกิดความลำพอง ฉวยโอกาสที่ฉางจ้ายซินไม่อยู่ ขโมยเงินหลบหนีไป 

ตอนที่ 23
   หลิงเฉี่ยวออกจากโรงพยาบาล คนสกุลจัวพากันมาเยี่ยมหลิงเฉี่ยวถึงบ้านสกุลถัง จัวลี่เวยต้องการให้จัวลี่เหวินย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน โดยอ้างว่าที่บ้านสกุลถังมีคนเจ็บป่วยได้ไข้ เกรงว่าจะส่งผลต่อลูกในครรภ์ของจัวลี่เหวิน จัวลี่เหวินปฏิเสธไม่ยอมไปจากบ้านสกุลถัง  ฉางจ้ายซินนัดหมายถังจื้ออันออกมาทานอาหารด้วยกัน จากนั้นฉางจ้ายซินก็เปิดเผยความในใจให้ถังจื้ออันรู้ว่าเชิงเลี่ยงเห็นงานและหลักการสำคัญกว่าเธอ
   เชิงเลี่ยงกล่าวขอโทษฉางจ้ายซิน แต่ฉางจ้ายซินกลับยืนกรานแยกทางกับเชิงเลี่ยง เชิงเลี่ยงผิดหวังมากจึงดื่มเหล้าดับทุกข์ นึกไม่ถึงว่าเชิงเลี่ยงได้พบกับหมิงเสียเข้าโดยบังเอิญ หมิงเสียปลอบใจเชิงเลี่ยง ต่อมา หมิงเสียถึงได้รู้ว่าเธอและเชิงเลี่ยงชื่นชอบเพลงเดียวกัน ทำให้หมิงเสียยิ่งประทับใจในตัวเชิงเลี่ยงมากขึ้น   ทุกคนพบว่าเชิงเลี่ยงและจัวเหวินลี่มีปากเสียงทะเลาะกัน ที่แท้พ่ออดีตสามีซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นอาการร่อแร่ลงทุกที จัวเหวินลี่ต้องการไปเยี่ยมเยียนสักครั้ง แต่ถังจื้ออี้ไม่อนุญาตให้จัวเหวินลี่ไป หลิงเฉี่ยวคลี่คลายสถานการณ์ โดยอนุญาตจัวเหวินลี่ไปเยี่ยมพ่อของอดีตสามี ขณะที่ถังจื้ออันกำลังพูดโทรศัพท์กับฉางจ้ายซินอยู่นั่นเองก็พบว่าฉางจ้ายเต๋อกลับมาก่อเรื่องที่บ้าน เมื่อรู้เช่นนั้นถังจื้ออันจึงรีบรุดไปที่บ้านของฉางจ้ายซินทันที ถังจื้ออันเข้าคลี่คลายสถานการณ์จนทุกอย่างจบลงด้วยดี ต่อมา ถังจื้ออันก็นัดหมายฉางจ้ายเต๋อออกมาพูดคุยกัน...
   
          เชิงเลี่ยงฉวยโอกาสที่ทำสงครามเย็นกับฉางจ้ายซินนั้นเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน นึกไม่ถึงว่าได้พบกับหมิงเสีย             บนเครื่องบิน ทั้งสองต่างคนต่างไม่มีเพื่อนจึงพากันเข้าพักที่โรงแรมเดียวกัน เชิงเลี่ยงและหมิงเสียทานอาหารค่ำด้วยกัน จากนั้นทั้งสองก็พากันไปเที่ยว ทำให้หมิงเสียยิ่งหลงใหลเชิงเลี่ยง ฉางจ้ายซิน สบโอกาสได้พูดคุยกับแม่ของเชิงเลี่ยง   ทำให้ฉางจ้ายซินเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเชิงเลี่ยงมากยิ่งขึ้น   ในวันเกิดของเชิงเลี่ยง         ฉางจ้ายซินมาหาเชิงเลี่ยงโดยต้องการสร้างความประหลาดใจให้เชิงเลี่ยง 

ตอนที่ 24
   ถังจื้ออี้และจัวเหวินลี่มีปากเสียงทะเลาะกันแต่เช้า ที่แท้ทั้งสองทะเลาะกันด้วยเรื่องที่จัวเหวินลี่จะไปร่วมงานศพพ่อของอดีตสามี หลิงเฉี่ยวไม่เห็นด้วยที่จัวเหวินลี่จะไปร่วมงานศพ โดยเตือนสติจัวเหวินลี่ให้คำนึงถึงความรู้สึกของคนบ้านสกุลถังเป็นสำคัญ หมิงเสียไม่ยอมไปทำการทำงาน เนื่องจากเธอพบว่าหลงรักเชิงเลี่ยงเข้าแล้ว หมิงเสียนัดเพื่อน ๆ ออกมาทานอาหารค่ำด้วยกัน  ในเวลานี้เองหมิงเสียถึงรู้ความจริงว่าเชิงเลี่ยงและฉางจ้ายซินปรับความเข้าใจคืนดีกันแล้ว
   หลิงเฉี่ยวเป็นลมหมดสติไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลังจากที่ตรวจร่างกายหลิงเฉี่ยวแล้วพบว่ามะเร็งไม่ได้ลดลงเลย ตกดึก     หลิงเฉี่ยวบอกถังจื้ออันว่าถ้าหากในวันข้างหน้าเธอยังเป็นลมหมดสติไป ก็ขอให้รู้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา ขอให้ถังจื้ออัน  บอกกับญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อที่จะได้ร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย ถังจื้ออันรับปากช่วยเหลือด้วยน้ำตานองหน้า
   ถังจื้ออันหางานให้ฉางจ้ายเต๋อ นึกไม่ถึงว่าฉางจ้ายเต๋อกลับนำเวลางานออกไปหารายได้พิเศษ ในที่สุดฉางจ้ายเต๋อก็ถูกไล่ออกจากงาน หลิงเฉี่ยวออกจากโรงพยาบาล  ทุกคนต่างพากันดูแลหลิงเฉี่ยวเป็นอย่างดี จัวเหวินลี่รับปากเป็นนางแบบหญิงมีครรภ์ให้อดีตสามีของเธอ เธอหวังว่าหลิงเฉี่ยวจะช่วยพูดกับถังจื้ออี้ หลิงเฉี่ยวปฏิเสธไม่ไห้ความช่วเยหลือ และในที่สุดจัวเหวินลี่ ก็ไปทำงานตามที่รับปากไว้ตามลำพังโดยไม่บอกให้ใครรู้  หลิงเฉี่ยวและถังจื้อซินพากันไปหาจัวเหวินลี่ จัวเหวินลี่ไม่ทันระวังหกล้ม...
   จัวเหวินลี่หกล้ม หลิงเฉี่ยวเห็นเช่นนั้นจึงแนะนำให้จัวเหวินลี่หยุดงานเพื่อไปตรวจดูอาการที่โรงพยาบาล แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากจัวเหวินลี่ หวังซิ่วฉินเห็นจัวเหวินลี่และอดีตสามีของเธอนัดพบกันที่ร้านอาหาร ทั้งสองพูดคุยกันถูกคอ ทันใดนั้นเอง จัวเหวินลี่ก็ปวดท้องขึ้นมา จัวเหวินลี่แท้งก์ลูก หลิงเฉี่ยวปกปิดเรื่องที่จัวเหวินลี่หกล้มไว้ โดยยินดียอมรับการตำหนิติเตียนจากจัวลี่เวย       

ตอนที่ 25
   ถังจื้ออี้พาหลิงเฉี่ยวไปดูร้านสาขาใหม่ที่กำลังจะเปิดในเร็ววันนี้ โดยบอกถึงแผนงานของร้านด้วยความภาคภูมิใจ คนบ้านสกุลถังได้รับแจ้งจากแพทย์ประจำสกุลถังว่าหวังซิ่วฉินเป็นโรคเครียด มีอาการทางประสาท ถังเหยินเจียรู้เช่นนั้นจึงไปเยี่ยมเยียนหวังซิ่วฉิน ถังเหยินเจียพบว่าหวังซิ่วฉินสำนึกผิดแล้ว ดังนั้นจึงตัดสินใจให้อภัยเธอ ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่งนั้น หลิงเฉี่ยวเป็นลมหมดสติไป
   ถังจื้ออันติดต่อญาติสนิทมิตรสหายให้มาดูใจหลิงเฉี่ยว เพื่อให้หลิงเฉี่ยวมีโอกาสร่ำลาทุกคน เชิงเลี่ยงอาสาพาฉางฟงไปหาหมอที่โรงพยาบาล เชิงเลี่ยงไม่ทันระวังจึงพลัดหลงกับฉางฟง ฉางจ้ายซินโกรธมากเมื่อรู้ว่าเชิงเลี่ยงและฉางฟงพลัดหลงกัน นับเป็นอีกครั้งที่ฉางจ้ายซินขอแยกทางกับเชิงเลี่ยง เชิงเลี่ยงเศร้าโศกเสียใจมากจึงนัดหมิงเสียออกมาพบ หมิงเสียปลอบใจเชิงเลี่ยง        เชิงเลี่ยงซาบซึ้งใจมากถึงกับดึงหมิงเสียเข้ามาจูบ หมิงเฉี่ยวผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ถังเหยินเจียพาหวังซิ่วฉินมาเยี่ยมหลิงเฉี่ยวที่โรงพยาบาล หวังซิ่วฉินคุกเข่าขอขมาต่อหลิงเฉี่ยว แต่หลิงเฉี่ยวกลับไม่ใยดี หลิงเฉี่ยวปฏิบัติต่อหวังซิ่วฉินเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น หลิงเฉี่ยวบอกถังจื้ออันว่าเมื่อเธอสิ้นใจลงแล้ว บ้านสกุลถังจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรก็ขอให้ถังจื้ออันยืนหยัดอยู่บนความถูกต้อง
   เชิงเลี่ยงได้พบกับไต้เจี้ยนสี่ทนายความที่ตนพ่ายแพ้ให้ถึงสองครั้งสองคราที่ห้องโถงของศาล หมิงเสียจะเข้าไปฉะไต้เจี้ยนสี่แก้แค้นให้เชิงเลี่ยง แต่กลับถูกเชิงเลี่ยงห้ามไว้ ฉางจ้ายซินชวนหมิงเสียไปดื่มชาด้วยกัน ที่แท้ฉางจ้ายซินอยากไปฟังเชิงเลี่ยงว่าความ ฉางจ้ายซินเห็นเชิงเลี่ยงว่าความแพ้ เชิงเลี่ยงระบายอารมณ์ใส่ฉางจ้ายซินเป็นการใหญ่ แต่แล้วทั้งสองก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้   อีกด้านหนึ่งนั้น หมิงเสียนั่งคอยเชิงเลี่ยงอยู่ที่สวนสาธารณะจนถึงเช้า....

ตอนที่ 26
   ถังจื้ออี้หัวเสียมากเมื่อร้านสาขาใหม่ไม่สามารถเปิดได้ทันวันเกิดของหลิงเฉี่ยว หลิงปอเข้าร่วมประชุมล่าช้าจึงถูกถังจื้ออี้ต่อว่าต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก หลิงปอบอกถังจื้ออี้ว่าจัวเหวินลี่นัดพบอดีตสามีของเธอ ถังจื้ออี้คาดคั้นเอาความจริงจากจัวเหวินลี่ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้จัวเหวินลี่และหลิงปอมีปากเสียงทะเลาะกันขึ้นมา อีกด้านหนึ่งนั้น ถังเหยินเจียให้อภัยหวังซิ่วฉินแล้ว โดยอนุญาตให้เธอและถังจื้อฮวนมาทานอาหารที่บ้านบ้าง
   อาหารค่ำ หลิงเฉี่ยวโทรศัพท์ไปหาหลิงลี่ โดยให้หลิงลี่แจ้งหลิงปอว่าหลิงปอถูกไล่ออกจากงานที่ถังจี้แล้ว  หลิงปอโกรธมาก โดยสาบานว่าจะหาอีกาคาบข่าวที่นำความไปบอกหลิงเฉี่ยวให้ได้  ถังจื้ออันไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายไปกันใหญ่จึงยอมรับว่าตนเป็นคนนำความมาบอกหลิงเฉี่ยว แต่ทุกคนกลับเชื่อใจถังจื้ออัน ถังจื้ออันไม่มีทางนำเรื่องร้อนใจมาบอกหลิงเฉี่ยวอย่างแน่นอน ด้วยเกรงว่าจะกระทบกระเทือนต่อสุขภาพของหลิงเฉี่ยว หลิงปอระบายความอัดอั้นตันใจให้หวังซิ่วฉินฟัง ทำให้หวังซิ่วฉินมีแผนการบางอย่างขึ้นมา ขณะที่หวังซิ่วฉินและถังเหยินเจียกำลังทานอาหารด้วยกันนั่นเอง หวังซิ่วฉินก็หยิบยกเรื่องที่จัวเหวินลี่นัดพบกับอดีตสามีขึ้นมา ถังเหยินเจียสุดที่จะทนได้จึงเตือนถังจื้ออี้ให้ระวังจัวเหวินลี่ให้ดี ด้วยเกรงว่าเธอจะนอกใจ ในที่สุด ถังจื้ออี้ก็พบของขวัญที่อดีตสามีมอบให้จัวเหวินลี่ ถังจื้ออี้โกรธมากเมื่อเห็นเช่นนั้น
   หวังซิ่วฉินฉวยโอกาสราดน้ำมันลงบนกองไฟ   โดยให้ถังเหยินเจียไปที่ทำงานอดีตสามีของจัวเหวินลี่ ถังเหยินเจียขอร้องอดีตสามีของจัวเหวินลี่อย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับจัวเหวินลี่อีกต่อไป อดีตสามีจัวเหวินลี่แจ้งความดำเนินคดีถังเหยินเจียฐานบุกรุกบริษัท      จัวเหวินลี่โกรธมากที่ถังเหยินเจียวุ่นวายเรื่องของเธอ ดังนั้นจึงหอบข้าวของออกจากบ้านสกุลถัง ถังจื้ออันกลับมาถึงบ้านก็เตือนสติถังจื้ออี้ให้เชื่อใจจัวเหวินลี่ นึกไม่ถึงว่ากลับถูกต่อว่าว่าปากสว่างทำเรื่องให้บานปลายไปกันใหญ่   


ตอนที่ 27
   ฉางจ้ายเต๋อบอกถังจื้ออันว่าเวลานี้ตนเป็นอาจารย์สอนเต้นรำ มีความจำเป็นต้องใช้เงิน ดังนั้นจึงขอยืมเงินจากถังจื้ออัน ถังจื้ออันปฏิเสธไม่ยอมให้ยืมเงิน แต่จะพาฉางจ้ายเต๋อไปซื้อเสื้อผ้าด้วยตัวเอง เชิงเลี่ยงพาหมิงเสียไปดูบ้านใหม่ หมิงเสียเห็นตัวหนังสือประโยคหนึ่งซึ่งฉางจ้ายซินเขียนว่าคุณนายเชิงได้มาถึงที่นี่แล้วติดอยู่ที่กำแพง หมิงเสียเห็นเช่นนั้นจึงตัดสินใจทำอาหารตามรายการอาหารที่ติดอยู่ที่กำแพงให้เชิงเลี่ยง
   ฉางจ้ายเต๋อเป็นอาจารย์สอนเต้นรำที่โรงเรียนสอนเต้นรำแห่งหนึ่ง หวังซิ่วฉินเป็นนักเรียนของฉางจ้ายเต๋อ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หวังซิ่วฉินและฉางจ้ายเต๋อกลายเป็นเพื่อนกันขึ้นมาถังจื้ออี้เดินทางไปยังสถานที่ที่จัวเหวินลี่ทำการแสดง เพื่อเชื้อเชิญเธอกลับบ้าน แต่นึกไม่ถึงว่ากลับถูกปฏิเสธ บังเอิญว่าในเวลานั้นอาการของหลิงเฉี่ยวทรุดหนักลง ทั้งสองจึงพากันไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมดูอาการหลิงเฉี่ยว ฉางจ้ายเต๋อรู้เรื่องราวทั้งหมดของสกุลถังจากปากของหวังซิ่วฉิน ฉางจ้ายเต๋อเห็นเป็นโอกาสดีจึงเสนอว่าจะช่วยหวังซิ่วฉินครอบครองทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งของสกุลถัง เชิงเลี่ยงเลี้ยงฉลองบ้านใหม่ เพื่อนๆต่างพากันกระเซ้าฉางจ้ายซินว่าคุณนายเชิง ฉางจ้ายซินไม่ได้สบอารมณ์สักเท่าใดนัก เชิงเลี่ยงและหมิงเสียส่งสายตาที่เป็นพิรุธต่อกัน
   เชิงเลี่ยงนัดหมิงเสียออกมาพบ จากนั้นเชิงเลี่ยงก็ขอตัดขาดความสัมพันธ์กับหมิงเสีย แต่แล้วทั้งสองกลับยังคงอาลัยอาวรณ์ต่อกัน   ฉางจ้ายเต๋อช่วยหวังซิ่วฉินทำรูปถ่ายจำนวนมากขึ้นมา    หวังซิ่วฉินนำรูปถ่ายเหล่านั้นไปให้   ถังเหยินเจียเพื่อยืนยันว่าจัวเหวินลี่มีชู้ หลิงเฉี่ยวต้องการออกจากโรงพยาบาล เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วก็บอกให้     ถังจื้ออี้พาเธอไปรับจัวเหวินลี่กลับบ้านสกุลถัง หลิงเฉี่ยวบอกคนสกุลจัวว่าเธอคือคนใกล้ตาย เธออยากเห็นถังจื้ออี้และ      จัวเหวินลี่ปรับความเข้าใจกันให้ได้ ในที่สุดหลิงเฉี่ยวก็ทำสำเร็จ ทำให้ถังจื้ออี้และจัวเหวินลี่คืนดีกันได้

ตอนที่ 28
   หลิงเฉี่ยวเดินทางไปที่บ้านเกิด โดยใช้โอกาสนี้ร่ำลาเพื่อนบ้าน ก่อนถึงวาระสุดท้ายของเธอถังจื้ออันเห็นเชิงเลี่ยงและหมิงเสียมีท่าทีที่สนิทสนมกันเป็นพิเศษ เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจนัดฉางจ้ายซินออกมาพบ ถังจื้ออันถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเชิงเลี่ยงและฉางจ้ายซินว่าช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง ฉางจ้ายซินตอบว่าช่วงนี้เชิงเลี่ยงงานยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาได้พบกัน ถังจื้ออันไม่สบายใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น  เชิงเลี่ยงพบว่าฉางจ้ายซินแอบไปพบแม่ของตน เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้ฉางจ้ายซินเป็นอันมาก
   หลิงเฉี่ยวเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง หลิงปอนำความไปบอกหวังซิ่วฉิน  หวังซิ่วฉินดีใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉางจ้ายเต๋อเตือนสติหวังซิ่วฉินว่าตราบใดที่หลิงเฉี่ยวยังไม่ให้อภัยหวังซิ่วฉิน หวังซิ่วฉินไม่มีทางเข้าบ้านสกุลถังได้เป็นอันขาด หวังซิ่วฉินไปเยี่ยมหลิงเฉี่ยวที่โรงพยาบาล จากนั้นก็แสร้งทำทีคุกเข่าขอร้องให้หลิงเฉี่ยวให้อภัยเธอ ก่อนที่หลิงเฉี่ยวจะสิ้นใจลงนั้นได้เรียกถังจื้อฮวนเข้ามาหา โดยฝากคำพูดสุดท้ายถึงหวังซิ่วฉิน ถังจื้อฮวนประกาศให้ทุกคนรู้ถึงคำพูดสุดท้ายของ  หลิงเฉี่ยวที่ให้อภัยหวังซิ่วฉินแล้ว
   หวังซิ่วฉินดีใจมากที่ได้รับการให้อภัยจากหลิงเฉี่ยว หวังซิ่วฉินขอบคุณฉางจ้ายเต๋อที่ให้คำแนะนำที่ดี ฉางจ้ายเต๋อย้ำต่อไปว่าตนจะให้ความช่วยเหลือหวังซิ่วฉินช่วงชิงทรัพย์สมบัติของสกุลถังมาให้ได้  หลังจากที่หลิงเฉี่ยวเสียชีวิตไปได้สามเดือน หมอสีนำเทปบันทึกเสียงที่หลิงเฉี่ยวบันทึกเสียงไว้ในขณะที่มีชีวิตอยู่ให้สกุลถัง ทุกคนดีใจมากเมื่อได้ยินเสียงของหลิงเฉี่ยวอีกครั้ง ฉางจ้ายเต๋อกลับมาที่บ้านสกุลฉางอีกครั้งโดยมอบเงินจำนวนหนึ่งให้ฉางจ้ายซิน ในเวลานี้เอง        ฉางจ้ายซินและเชิงเลี่ยงถึงรู้ว่าถังจื้ออันเคยให้ความช่วยเหลือฉางจ้ายเต๋อ เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้เชิงเลี่ยงเป็นอันมาก ตกดึก ฉางจ้ายซินบอกเชิงเลี่ยงว่าจะนำอาหารค่ำไปให้ที่บ้าน เชิงเลี่ยงอ้างว่างานยุ่ง เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็จะเข้านอนทันที ไม่ต้องมาหา แต่นึกไม่ถึงว่าฉางจ้ายซินอยู่ที่หน้าประตูบ้านเชิงเลี่ยงแล้ว เมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่าเชิงเลี่ยงไม่อยู่บ้าน

ตอนที่ 29
   ฉางจ้ายซินพบว่าเชิงเลี่ยงไม่อยู่บ้าน เธอร้องห่มร้องไห้โทรศัพท์ไปหาเชิงเลี่ยง เชิงเลี่ยงกำลังพรอดรักกับหมิงเสีย ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจโทรศัพท์ของฉางจ้ายซิน ทั้งสองพากันโกหกฉางจ้ายซินต่อไปความสัมพันธ์ระหว่างถังเหยินเจียและหวังซิ่วฉินแนบแน่นขึ้น เมื่อถึงวันครบรอบวันตายของหลิงเฉี่ยว ถังเหยินเจียพาหวังซิ่วฉินไปเซ่นไหว้ดวงวิญญาณหลิงเฉี่ยวด้วยกัน ลูกๆก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้แต่อย่างใด หวังซิ่วฉินบอกฉางจ้ายเต๋อว่าความสัมพันธ์ของเธอกำลังทุกคนในบ้านเป็นไปด้วยดี ฉางจ้ายซินฉวยโอกาสที่เชิงเลี่ยงไม่อยู่ค้นหาหลักฐานเพื่อยืนยันว่าเชิงเลี่ยงโกหกเธอมาตลอด อีกด้านหนึ่งนั้น เชิงเลี่ยงอ้างว่าไปทำงานที่ไต้หวัน    แต่ความจริงแล้วไปเสพสุขกับหมิงเสีย ฉางจ้ายซินนัดถังจื้ออันออกมาพบ ทันทีที่    ฉางจ้ายซินพบหน้าถังจื้ออัน เธอก็ร้องห่มร้องไห้ออกมา ถังจื้ออันไม่รู้จะปลอบใจฉางจ้ายซิน อย่างไรดีถังเหยินเจียรับ    หวังซิ่วฉินเข้ามาพักที่บ้านสกุลถังดังเดิม   หลิงลี่,ถังจื้ออันและถังเหยินเจียโต้เถียงกัน  ในที่สุดทุกคนก็ลงความเห็นให้     หวังซิ่วฉินพักที่ห้องรับรองชั่วคราวไปก่อน ฉางจ้ายซินและเชิงเลี่ยงนัดพบกัน  ฉางจ้ายซินไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้ได้จึงถามเชิงเลี่ยงว่านอกใจเธอหรือไม่ เชิงเลี่ยงปฏิเสธ ต่อมาฉางจ้ายซินไปที่บ้านเชิงเลี่ยง เมื่อไปถึงกลับพบว่าหมิงเสียอยู่ที่บ้านเชิงเลี่ยง
   อาหารค่ำ ถังเหยินเจียต้อนรับการกลับมาของหวังซิ่วฉินอย่างเป็นทางการ ทำให้ถังจื้ออันและหลิงลี่ไม่พอใจเป็นอันมาก หวังซิ่วฉินบอกถังจื้ออันให้เคารพการตัดสินใจของพ่อ ถังเหยินเจียก็ออกปากตำหนิถังจื้ออันเช่นเดียวกัน ลูก ๆ หยิบยกคำสั่งเสียของหลิงเฉี่ยวขึ้นมาพูดเพื่อเตือนสติถังเหยินเจีย ฉางจ้ายซินทำทีไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยเก็บซ่อนความขมขื่นไว้ในใจ แต่แล้วเธอก็ไม่สามารถสะกดความรู้สึกไว้ได้ จึงโผเข้ากอดพ่อแล้วร้องห่มร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจ   

ตอนที่ 30
   หลิงลี่เรียกถังจื้ออันและพี่น้องทุกคนมาปรึกษาหารือกัน ทุกคนลงความเห็นว่าเมื่อครบกำหนดสองปีแล้วค่อยให้ถังเหยินเจียรับหวังซิ่วฉินเป็นคนสกุลถัง แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ หวังซิ่วฉินกลับพูดขึ้นมาเองว่าเมื่อครบสามปีแล้วถึงจะแต่งงานกับถังเหยินเจีย ทุกคนต่างพึงพอใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น อีกด้านหนึ่งนั้น หวังซิ่วฉิน    ใช้เงินซื้อตัวหลิงปอเข้ามาเป็นพวก โดยให้หลิงปอช่วยพูดกับถังเหยินเจียให้จดทะเบียนสมรสกับเธอให้ได้ หลังจากที่เชิงเลี่ยงค้นพบตัวเองแล้วก็กลับไปง้อขอคืนดีกับฉางจ้ายซิน วันเกิดของหมิงเสีย หมิงเสียนัด    เชิงเลี่ยงออกมาพบ ทั้งสองตกลงว่าจะเป็นเพื่อนกัน เนื่องจากฉางจ้ายซินอกหัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเธอ ทำให้เธอทำงานผิดพลาดอยู่บ่อย ๆ ถังจื้ออันเสนอให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ฉางจ้ายซิน โดยบอก      ฉางจ้ายซินลาออกจากงานเพื่อที่จะได้ไม่ต้องพบหน้าเชิงเลี่ยงอีกต่อไป ฉางจ้ายซินซาบซึ้งน้ำใจของถังจื้ออันยิ่งนัก
   ถังจื้ออันพบว่าฉางจ้ายเต๋อและหวังซิ่วฉินรู้จักกัน เรื่องนี้สร้างความกังวลใจให้ถังจื้ออันยิ่งนัก ฉางจ้ายซิน ออกอุบายให้หวังซิ่วฉิน โดยให้หวังซิ่วฉินบอกถังเหยินเจียว่าเธอตั้งครรภ์แล้ว ในที่สุดถังเหยินเจียก็หลงกลติดกับหวังซิ่วฉิน ดังนั้นจึงเร่งให้มีการแต่งงานเร็วขึ้น เรื่องนี้เองทำให้ถังจื้ออันและถังเหยินเจียมีปากเสียงทะเลาะกันขึ้นมา
   ฉางจ้ายซินระบายความอัดอั้นตันใจให้หมิงเสียฟัง เธอขอบคุณหมิงเสียที่คอยเป็นกำลังใจให้ หมิงเสียแสร้งทำเป็นยิ้มรับ ถังเหยินเจียพยายามทุกวิถีทางแต่ก็ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมถังจื้ออันได้สำเร็จ ในที่สุด ถังเหยินเจียและหวังซิ่วฉินก็พากันไปจดทะเบียนสมรสถังจื้ออันรู้สึกละอายใจต่อคำสั่งเสียของหลิงเฉี่ยว ดังนั้นจึงตัดสินใจออกจากบ้านสกุลถัง    ถังจื้อฮวนทนไม่ได้ที่ถังจื้ออันจะต้องเป็นผู้แบกรับภาระไว้คนเดียว ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดเผยคำสั่งเสียที่แท้จริงของหลิงเฉี่ยวออกมา

ตอนที่ 31
   หลังจากที่วิกฤติผ่านพ้นไปแล้ว ถังเหยินเจียและถังจื้ออันสองพ่อลูกก็ปรับความเข้าใจกันได้ ถังจื้ออันพบว่าถังเหยินเจียสุขภาพอ่อนแอ เชิงเลี่ยงได้รับความช่วยเหลือจากฉางจ้ายซิน ทำให้เชิงเลี่ยงและแม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้หมิงเสียนัดเชิงเลี่ยงออกมาพบ โดยบอกเชิงเลี่ยงว่าเธอมีรักใหม่แล้ว เชิงเลี่ยงอวยพรหมิงเสียให้มีความสุข อีกด้านหนึ่งนั้น ถังเหยินเจียพบว่าสุขภาพของตนอ่อนแอลงทุกที
   หวังซิ่วฉินบอกถังเหยินเจียถึงเรื่องที่เธอตั้งครรภ์นั้นเป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอเท่านั้น  ถังเหยินเจียต้องการขอโทษทุกคนในบ้านจึงเชื้อเชิญทุกคนรับประทานอาหารร่วมกัน แต่น่าเสียดายที่ถังเหยินเจียล้มป่วยลงเสียก่อน แม้ว่าถังเหยินเจียเป็นหวัดเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับรู้สึกกังวลไม่น้อย หลิงลี่กลับมาถึงบ้านพอดี หลิงลี่บอกถังเหยินเจียว่าจะแนะนำหญิงสาวเชื้อสายจีนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่แคนาดาให้ถังจื้ออัน เรื่องนี้ทำให้บรรยากาศในบ้านสกุลอึมครึมไปทันที
   ถังจื้ออันแอบให้ความช่วยเหลือฉางจ้ายซิน  ถังจื้ออันเปิดเผยความจริงให้ฉางจ้ายซินรู้ว่าตนไม่เคยจีบผู้หญิง หลังจากที่ฉางจ้ายซินขบขันกับคำพูดของถังจื้ออันแล้ว ฉางจ้ายซินก็พยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ถังจื้ออันเสียใหม่ นัดครั้งแรกของถังจื้ออัน ฝ่ายหญิงชื่นชมถังจื้ออันไม่ขาดปาก ทำให้ถังจื้ออันรู้สึกเขินไม่น้อย
   เนื่องจากการนัดหมายครั้งที่สองเสร็จสิ้นลงอย่งรวดเร็ว    ถังจื้ออันจึงนัดหมายฉางจ้ายซิน ออกมาดูฝนดาวตกด้วยกัน ฉางจ้ายซินรับปากถังจื้ออันด้วยความเต็มใจ ทำให้ถังจื้ออันมีความสุขยิ่งนัก  แม่ของเชิงเลี่ยงซึ่งเป็นแม่ค้าหาบเร่แผงลอย เนื่องจากถูกเทศกิจไล่กวดจึงประสบอุบัติเหตุ เชิงเลี่ยงเศร้าโศกเสียใจมากเมื่อไม่สามารถมาดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย   เมื่อฉางจ้ายซินกลับถึงบ้านก็พบเชิงเลี่ยงนั่งซึมอยู่ที่หน้าบันไดบ้านของเธอ
ตอนที่ 32
   การตายของแม่เชิงเลี่ยง ทำให้เชิงเลี่ยงและฉางจ้ายซินคืนดีกัน เมื่อจิตใจของเชิงเลี่ยงสงบลงจนนอนหลับไปแล้ว  ฉางจ้ายซินก็โทรศัพท์ไปหาถังจื้ออัน โดยบอกถังจื้ออันว่าแม่ของเชิงเลี่ยงประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ความตาย ฉางจ้ายซินกล่าวต่อไปว่าเธอจะกลับไปคืนดีกับเชิงเลี่ยงดังเดิม ถังจื้ออันพยายามทำใจ โดยพยายามสานสัมพันธ์กับเชอรี่เพื่อให้ลืมฉางจ้ายซิน บ้านสกุลถัง นอกจากถังจื้ออันที่มีความรัก ยังมีถังจื้อซินและหลิงปอด้วยซึ่งก็มีความรักเช่นเดียวกัน ทำให้สกุลถังชื่นมื่นขึ้นมาอีกครั้ง
   หลิงปอแอบนัดหวังซิ่วฉินออกมาพบ เนื่องจากหลิงปอต้องการช่วยเหลือแฟนสาวจึงเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบเป็นจำนวนมากถึงสองแสนเหรียญ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันที่จะต้องชำระหนี้แล้ว ด้วยเหตุนี้จึงต้องการยืมเงินจาก      หวังซิ่วฉิน แต่นึกไม่ถึงว่าหลิงปอกลับถูกหวังวิ่วฉินปฏิเสธ  เชิงเลี่ยงพยายามชดเชยสิ่งที่แล้วมาให้ฉางจ้ายซิน นอกจากหาเวลาใกล้ชิดฉางจ้ายซินมากขึ้น เชิงเลี่ยงยังเฝ้าดูแลปรนนิบัติฉางฟงซึ่งล้มป่วยด้วย ฉางจ้ายซินเกรงว่าเชิงเลี่ยงจะเหน็ดเหนื่อยจนเกินไป แต่เชิงเลี่ยงกลับไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด เชิงเลี่ยงบอกฉางจ้ายซินว่าหลังจากที่แม่จากโลกนี้ไปแล้ว ทำให้รู้จักทนุถนอมคนรอบข้าง ฉางจ้ายซินดีใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
   อีกด้านหนึ่งนั้น ขณะที่ฉางจ้ายซินกำลังนอนกลางวันนั่นเอง เรื่องที่เชิงเลี่ยงเคยหักหลังเธอนั้นได้เข้ามารังควานเธอถึงในฝัน ฉางจ้ายซินแยกแยะไม่ออกว่าการที่เธอกลับมาคืนดีกับเชิงเลี่ยงนั้นเป็นเพราะเห็นใจเชิงเลี่ยงที่ต้องสูญเสียแม่ไปหรือไม่ ในที่สุดฉางจ้ายซินก็พบว่าเธอยังไม่สามารถให้อภัยเชิงเลี่ยงได้ และทุกครั้งที่ถังจื้ออันนัดหมายกับหญิงอื่น ทำให้เธอรู้สึกหึงหวงอยู่ไม่น้อย อีกด้านหนึ่งนั้น ถังเหยินเจียรู้สึกกังวลด้วยสุขภาพของตนเอง ดังนั้นจึงคิดทบทวนเรื่องที่จะแบ่งทรัพย์สมบัติขึ้นมา หวังซิ่วฉินและฉางจ้ายเต๋อแอบนัดพบกัน หลังจากที่หวังซิ่วฉินเล่าถึงสภาพทั่วไปที่เกิดขึ้นที่บ้านสกุลถังให้ฉางจ้ายเต๋อฟังแล้ว ฉางจ้ายเต๋อก็ออกอุบายให้ถังเหยินเจียเห็นความสำคัญของหวังซิ่วฉินมากขึ้น หวังซิ่วฉินทำเป็นจิตใจเลื่อนลอยเมื่ออยู่ต่อหน้าถังเหยินเจีย เพื่อให้ถังเหยินเจียถามถึงสาเหตุ หวังซิ่วฉินจึงฉวยโอกาสนี้เปิดเผยเรื่องที่รู้มาว่าหลิงปอเป็นหนี้นอกระบบ เพื่อหาเงินไปใช้หนี้ หลิงปอสมคบกับมาเฟียจับตัวถังเหยินเจียไปเรียกค่าไถ่
   ความสัมพันธ์ระหว่างถังจื้ออันและเชอรี่เป็นเพียงเพื่อนธรรมดาเท่านั้น เชอรี่ตัดสินใจเดินทางกลับแคนาดา ก่อนที่เชอรี่จะจากไปนั้น เธอขอร้องถังจื้ออันให้จูบเธอสักครั้ง  ถังจื้ออันไม่มีทางเลือกจึงรับปาก  อีกด้านหนึ่งนั้น เดวิดกัปตันเครื่องบินขอหมิงเสียแต่งงานต่อหน้าเพื่อนร่วมงานเป็นจำนวนมาก หมิงเสียตื้นตันใจมากจึงรับปากแต่งงานกับเดวิด หมิงเสียบอกเชิงเลี่ยงว่าเธอจะแต่งงานกับเดวิด เรื่องนี้เองทำให้ฉางจ้ายซินหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา ฉางจ้ายซินต้องการให้เชิงเลี่ยงบอกว่าหญิงอื่นที่เชิงเลี่ยงคบหาอยู่เป็นใคร เชิงเลี่ยงกลับปฏิเสธ    ฉางจ้ายซินเห็นว่าเชิงเลี่ยงให้ความสำคัญหญิงอื่นมากกว่าเธอ ดังนั้นจึงตัดสินใจแยกทางกับเชิงเลี่ยง ถังเหยินเจียปรึกษาทนายความถึงเรื่องการทำพินัยกรรม โดยให้หลิงลี่และถังจื้ออันเป็นคนดูแลทรัพย์สมบัติสกุลถัง 

ตอนที่ 33
   ฉางจ้ายซินและหมิงเสียพากันออกไปชอบปิ้ง ฉางจ้ายซินบอกหมิงเสียว่าเชิงเลี่ยงไม่ยอมบอกว่ามีความสัมพันธ์กับหญิงคนใดให้เธอรู้ ด้วยเหตุนี้เองจึงตัดสินใจขอแยกทางกับเชิงเลี่ยง  หมิงเสียตกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในที่สุดหมิงเสียก็ตัดสินใจยืดเวลาแต่งงานออกไปก่อน เดวิดในฐานะว่าที่สามีไม่พอใจที่หมิงเสียขอยืดเวลาการแต่งงานออกไปอย่างกะทันหัน เดวิดนัดหมิงเสียออกมาพบ ฉางจ้ายซินมาหาหมิงเสียเช่นเดียวกัน หมิงเสียบอกให้ฉางจ้ายซินไปรอเธอที่บ้าน ขณะที่ หมิงเสียกำลังสนทนากับเดวิดอยู่นั่นเอง ทันใดนั้นหมิงเสียก็นึกขึ้นได้ว่าเธอเปิดซองจดหมายที่เขียนถึงเชิงเลี่ยงไว้ ด้วยเหตุนี้เองหมิงเสียจึงรีบรุดกลับไปที่บ้านทันที
   ฉางจ้ายซินรู้ความจริงทั้งหมด ฉางจ้ายซินส่งข้อความเพื่อขอแยกทางกับเชิงเลี่ยงเป็นทางการ เชิงเลี่ยงไม่เข้าใจว่าเหตุใด จู่ ๆ ฉางจ้ายซินก็ขอแยกทางกับตน เชิงเลี่ยงคอยอยู่ที่หน้าบ้านฉางจ้ายซิน ฉางจ้ายซินและถังจื้ออันเดินมาด้วยกัน เชิงเลี่ยงเข้าไปอธิบายความจริงให้ฉางจ้ายซินฟัง แต่ฉางจ้ายซินกลับไม่ใยดีแม้แต่น้อย   นึกไม่ถึงว่ากลับพาลใส่ถังจื้ออัน   ฉางจ้ายเต๋อขอคำปรึกษาจากทนายความ ถึงได้รู้ว่าที่แท้หลังจากที่หย่าร้างแล้ว ถ้าหากอยากจะได้ส่วนแบ่งจากทรัพย์สมบัติมากขึ้น หวังซิ่วฉินจะต้องจดทะเบียนสมรสกับถังเหยินเจียเป็นเวลาสองปีขึ้นไป
   ขณะที่ถังจื้อฮวน,หวังซิ่วฉินและถังจื้อซินออกไปข้างนอกด้วยกันนั่นเอง ถังจื้อฮวนได้ยินหวังซิ่วฉินพูดคุยโทรศัพท์กับชายคนหนึ่งด้วยท่าทีที่สนิทสนมคุ้นเคยกันมาก ถังจื้อฮวนถึงกับฉงนท์ไม่รู้จะทำอย่างไรดี หวังซิ่วฉินรู้ว่าถังจื้อฮวนลูกชายของเธอเริ่มระแคะระคายเรื่องที่เธอคบหากับฉางจ้ายเต๋อ    ด้วยความที่เกรงว่าถังจื้อฮวนจะนำเรื่องนี้ไปบอกถังจื้ออัน ดังนั้นจึงปรึกษาหารือขอความช่วยเหลือจากฉางจ้ายเต๋อ ฉางจ้ายเต๋อเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะลงมือ  ดังนั้นจึงปรากฏตัวที่หน้าบ้านสกุลถังโดยตั้งใจมาพบถังจื้อฮวน    หวังซิ่วฉินแสร้งทำตัวให้น่าสงสาร โดยเกลี้ยกล่อมถังจื้อฮวนให้เชื่อว่าถ้าหากถังเหยินเจียจดทะเบียนสมรสกับแม่ มรสุมก็จะสงบลง
   ถังจื้อฮวนออกความเห็นให้ถังเหยินเจียและหวังซิ่วฉินให้ฉวยโอกาสที่ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันนั้นจดทะเบียนสมรสกันเสียเลย ถังเหยินเจียเห็นว่าเป็นความคิดที่ไม่เลว ดังนั้นจึงฉวยโอกาสนี้แต่งงานกับหวังซิ่วฉินอย่างเป็นทางการ ทันทีที่หวังซิ่วฉินและถังเหยินเจียจดทะเบียนสมรสกันแล้ว หวังซิ่วฉินก็โทรศัพท์กลับไปที่ฮ่องกงเพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้ฉางจ้ายเต๋อรู้ ฉางจ้ายเต๋อแนะนำหวังซิ่วฉินให้อดทนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสองปีนี้ กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ละคนก็ดำเนินชีวิตกันไป เชิงเลี่ยงและฉางจ้ายซินต่างเขียนระบายความรู้สึกของตัวเองลงในคอมพิวเตอร์ ฉางจ้ายซินรู้สึกว่าแม้ว่าเธอและเชิงเลี่ยงจะแยกทางกันแล้วก็ตาม แต่       เชิงเลี่ยงก็ยังคงขับรถมาที่หน้าบ้านเธออยู่เป็นประจำ อีกด้านหนึ่งนั้น ฉางจ้ายซินก็ปลอบใจถังจื้ออัน เนื่องจากช่วงนี้ถังจื้ออันกลัดกลุ้มใจด้วยเรื่องของถังจื้ออี้ที่ทำธุรกิจล้มเหลว จนต้องปิดสาขาไปถึงสามสาขา ฉางจ้ายซินสำเร็จการศึกษา เพื่อน ๆ ต่างพากันมาแสดงความยินดีกับเธอ เชิงเลี่ยงถือดอกไม้มาแสดงความยินดีต่อฉางจ้ายซินเช่นเดียวกัน   

ตอนที่ 34
   สกุลถังพานพบมรสุมมากมายจนเวลาผ่านไปสองปี ถังเหยินเจียล้มป่วยต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หวังซิ่วฉินรู้สึกว่าคนงานของร้านถังจี้ทำงานไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงไล่คนงานออกจากงาน หลิงลี่คัดค้านไม่เห็นด้วย ถังเหยินเจียไกล่เกลี่ยความบาดหมางของหลิงลี่และหวังซิ่วฉิน จนล้มป่วยลงในที่สุด
   ตกดึก หวังซิ่วฉินฉวยโอกาสที่ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันได้ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเธอและถังเหยินเจียจดทะเบียนสมรสกันเมื่อสองปีที่แล้ว ทุกคนพากันตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น มีเพียงถังจื้อฮวนคนเดียวเท่านั้นที่ได้แต่นิ่งเงียบ   ฉางจ้ายเต๋อพาหวังซิ่วฉินไปหาไต้เจี้ยนสี่ทนายความที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง ที่แท้ที่แล้วมานั้น ฉางจ้ายเต๋อขอความช่วยเหลือจากไต้เจี้ยนสี่นั่นเอง เมื่อใดก็ตามที่หวังซิ่วฉินชนะคดี ทรัพย์สมบัติมากกว่าครึ่งหนึ่งจะต้องตกเป็นของหวังซิ่วฉิน ไต้เจี้ยนสี่เรียกร้องค่าเหนื่อยที่ให้ความช่วยเหลือหวังซิ่วฉินและฉางจ้ายเต๋อ โดยรับประกันว่าจะช่วยเหลือหวังซิ่วฉินครอบครองทรัพย์สมบัติสกุลถังให้ได้ ถังเหยินเจียออกจากโรงพยาบาล แต่หวังซิ่วฉินกลับไม่ใยดีถังเหยินเจียเลยแม้แต่น้อย โดยพาฉางจ้ายเต๋อ,หลิงปอและคนสกุลจัวไปที่ร้านถังจี้ หวังซิ่วฉินประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเธอว่าจ้างฉางจ้ายเต๋อดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการถังจี้ พนักงานเก่าแก่ทุกคนของบริษัทจะถูกออกจากงาน โดยให้คนสกุลจัวเข้ามาทำงานแทน ถังเหยินเจียโกรธมากเมื่อรู้เรื่องจึงรีบรุดไปที่ถังจี้ทันที จากนั้นก็เข้าไกล่เกลี่ยสถานการณ์
ตอนที่ 35
   รุ่งเช้า ถังเหยินเจียและถังจื้ออันออกไปออกกำลังกายด้วยกัน    ถังจื้ออันบอกถังเหยินเจียว่าถังจื้อฮวนเล่าเรื่องทั้งหมดให้ตนฟังแล้ว เมื่อสองปีก่อน ถังจื้อฮวนเคยพบกับฉางจ้ายเต๋อมาก่อน ฉางจ้ายเต๋อเป็นพี่ชายของฉางจ้ายซิน เดิมทีฉางจ้ายเต๋อนั้นเป็นคนไม่เอาถ่าน ถังจื้ออันกล่าวต่อไปว่าตนสงสัยว่าหวังซิ่วฉินและฉางจ้ายเต๋อจะเป็นชู้กัน แต่ถังเหยินเจียกลับเชื่อมั่นว่าหวังซิ่วฉินไม่มีทางทำเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้เป็นอันขาด
   ฉางจ้ายซินและเชิงเลี่ยงพบกันที่หน้าศาลยุติธรรม แม้ว่าทั้งสองพูดคุยกันเป็นปกติ แต่ในใจนั้นต่างฝ่ายต่างคิดถึงกันและกัน ถังจื้ออันและหลิงลี่นำรูปถ่ายจำนวนมากมอบให้ถังเหยินเจีย ที่แท้ทั้งสองว่าจ้างนักสืบเอกชนติดตามความเคลื่อนไหวของหวังซิ่วฉิน ด้วยเหตุนี้จึงมีรูปถ่ายที่ฉางจ้ายเต๋อและหวังซิ่วฉินอยู่ด้วยกันเป็นหลักฐาน เมื่อมีหลักฐานแน่นหนา ทำให้ถังเหยินเจียต้องยอมรับความจริง  ดังนั้นจึงมอบหมายให้หลิงลี่และถังจื้ออันช่วยเป็นธุระเรื่องที่ตนจะหย่าร้างกับหวังซิ่วฉิน ถังจื้ออันและหลิงลี่เป็นตัวแทนถังเหยินเจียเจรจาเรื่องหย่าร้างกับหวังซิ่วฉิน หลิงปอสุดที่จะทนได้จึงหลุดปากด่าทอถังจื้ออันและหลิงลี่อย่างสาดเสียเทเสีย นึกไม่ถึงว่าทุกคำพูดถูกฉางจ้ายเต๋อบันทึกเสียงไว้ กลายเป็นหลักฐานที่หวังซิ่วฉินสามารถใช้เล่นงานหลิงลี่และถังจื้ออันได้ ถังเหยินเจียเจรจากับ     หวังซิ่วฉินโดยต้องการให้ปัญหาจบลงด้วยดี แต่หวังซิ่วฉินไม่ยอม ทำให้ถังเหยินเจียถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง
   ถังจื้ออันขอความช่วยเหลือจากฉางจ้ายซินซึ่งเป็นทนายความฝึกหัดโดยให้เธอรับผิดชอบคดีนี้ ฉางจ้ายซินจับต้นชนปลายไม่ถูกจึงขอคำแนะนำจากเชิงเลี่ยง แม้ว่าเชิงเลี่ยงติดงานอยู่ที่อเมริกา แต่เมื่อได้รับโทรศัพท์จากฉางจ้ายซิน เชิงเลี่ยงก็บอกฉางจ้ายซินว่าตนจะรีบกลับฮ่องกงช่วยเหลือฉางจ้ายซินสุดความสามารถ  รุ่งเช้า ถังจื้ออัน ชวนถังเหยินเจียไปออกกำลังกายด้วยกัน แต่กลับพบว่าถังเหยินเจียหมดสติอยู่บนโซฟา ทำให้ถังจื้ออันเป็นห่วงถังเหยินเจียเป็นอันมาก   ที่แท้ถังเหยินเจียต้องการล้อเล่นกับถังจื้ออันเท่านั้น   นึกไม่ถึงว่าอาการป่วยของถังเหยินเจียกำเริบขึ้นจริง จนถังจื้ออันต้องนำตัวถังเหยินเจียส่งโรงพยาบาล

ตอนที่ 36
   หวังซิ่วฉิน,หลิงปอและพวกพากันมาเยี่ยมถังเหยินเจียถึงที่โรงพยาบาล หวังซิ่วฉินบอกว่าเธอขอถอนคำพูดเรื่องที่จะหย่าร้างกับถังเหยินเจีย โดยสามารถสานสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาต่อไปได้ หวังซิ่วฉินบอกถังเหยินเจียว่าเรื่องการหย่าร้างนั้นได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองแล้ว หลิงปอได้นำนิตยสารไปให้  ถังเหยินเจียดู ถังเหยินเจียเห็นภาพหมู่ของทุกคนในบ้านสกุลถัง ทำให้ถังเหยินเจียซึ่งห่วงหน้าตาในสังคมนั้นหวนนึกถึงความสุขของทุกคนในครอบครัวขึ้นมา ถังจื้ออี้ตำหนิหวังซิ่วฉินเป็นการใหญ่ที่คิดร้ายต่อสามีของตัวเอง แต่นึกไม่ถึงว่าถังจื้ออี้กลับถูกหวังซิ่วฉินเล่นงานไม่เป็นท่า เชิงเลี่ยงบันทึกความรู้สึกของตนที่มีต่อฉางจ้ายซินลงในสมุดบันทึก เนื่องจากฉางจ้ายซินต้องเป็นทนายคามให้แก่บุคคลไร้ความสามารถ เพื่อให้พ้นผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา หลังจากที่เชิงเลี่ยงศึกษาคดีนี้แล้วพบว่าโอกาสชนะคดีมีน้อยมาก ดังนั้นจึงแนะนำฉางจ้ายซินอย่าได้รับคดีนี้ไว้ด้วยความหวังดี แต่นึกไม่ถึงว่าฉางจ้ายซินกลับยืนกรานว่าจะรับทำคดีนี้ เชิงเลี่ยงเห็นว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขวาง จึงจำต้องให้ความช่วยเหลือ หลังจากที่เชิงเลี่ยงและฉางจ้ายซินแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว ฉางจ้ายซินก็ได้ยินเสียงอุบัติเหตุรถชนกันดังลั่นไปทั่ว เนื่องจากฉางจ้ายซินเป็นห่วงว่าเชิงเลี่ยงจะได้รับอุบัติเหตุ เธอจึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุทันที  เชิงเลี่ยงเองก็เป็นห่วงว่าฉางจ้ายซินจะได้รับอุบัติเหตุ จึงได้รีบรุดไปที่เกิดเหตุเช่นเดียวกัน ในที่สุดทั้งสองก็พบกัน หวังซิ่วฉินรีบรุดไปที่บ้านฉางจ้ายเต๋อด้วยความโกรธ เนื่องจากหวังซิ่วฉินพบว่าถังเหยินเจียเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม โดยแบ่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ลูกทุกคน ฉางจ้ายเต๋อพาหวังซิ่วฉินไปปรึกษาไต้เจี้ยนสี่ ไต้เจี้ยนสี่แนะนำหวังซิ่วฉินให้ใช้ฐานะภรรยาบีบบังคับถังเหยินเจียย้ายโรงพยาบาล เมื่อลูกๆพากันคัดค้านก็ให้แจ้งความดำเนินคดี การทำเช่นนี้นั้นจะทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่าลูกๆกักขังถังเหยินเจียไว้ หวังซิ่วฉินปฏิบัติตามแผนการของไต้เจี้ยนสี่ เดิมทีนั้นแผนการน่าจะลุล่วงด้วยดี น่าเสียดายที่ฉางจ้ายซินอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเธอใช้ฐานะทนายความคลี่คลายสถานการณ์ลงด้วยดี  ฉางจ้ายซินเห็นหมิงเสียเดินอยู่กับชายอื่น ทำให้ฉางจ้ายซินกังวลว่าชีวิตสมรสของหมิงเสียจะมีปัญหา เมื่อฉางจ้ายเต๋อกลับถึงบ้านก็เตือนฉางจ้ายซินอย่าได้เข้ามาสอดเรื่องสกุลถัง เนื่องจากฉางจ้ายซินปฏิเสธ จึงถูกฉางจ้ายเต๋อทำร้าย โชคดีที่เชิงเลี่ยงช่วยฉางจ้ายซินไว้ โดยขับไล่ฉางจ้ายเต๋อไป เชิงเลี่ยงคิดใคร่ครวญสักพักหนึ่ง ในที่สุดก็หาหนทางที่จะคืนดีกับฉางจ้ายซิน เมื่อฉางจ้ายซิน กลับถึงบ้านก็ได้พบกับหมิงเสีย ในที่สุดฉางจ้ายซินก็ให้อภัยหมิงเสีย อีกด้านหนึ่งนั้น ความเคยชินที่ไม่สู้ดีนักของเชิงเลี่ยงทำให้เชิงเลี่ยงประสบอุบัติเหตุอย่างหนัก  ถึงแม้ว่าเชิงเลี่ยงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ตาม แต่เชิงเลี่ยงก็อุตส่าห์หอบสังขารโทรศัพท์ถึงฉางจ้ายซิน โดยใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดให้คำแนะนำฉางจ้ายซินว่าจะชนะคดีได้อย่างไร       

ตอนที่ 37
   หลังจากที่ฉางจ้ายซินรู้ว่าเชิงเลี่ยงประสบอุบัติเหตุแล้ว เธอก็รีบรุดไปที่โรงพยาบาลทันที  แต่เมื่อฉางจ้ายซินไปถึงโรงพยาบาลก็พบว่าเชิงเลี่ยงสิ้นใจเสียแล้ว ฉางจ้ายซินพบเปลือกหอยซึ่งเชิงเลี่ยงสลักคำว่ายกโทษให้ด้วย ทันทีที่ฉางจ้ายซินพบเห็นก็ร้องไห้โฮออกมา อีกด้านหนึ่งนั้น ถังเหยินเจียซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นได้บอกลูกทุกคนว่าหลิงเฉี่ยวต้องการยกเป๋าฮื้อสองหัวซึ่งเป็นสมบัติประจำสกุลถังให้หวังซิ่วฉิน ถังเหยินเจียหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากที่หวังซิ่วฉินได้สมบัติประจำสกุลถังไปครองแล้วจะยอมลามือ ถึงกระนั้น ถังเหยินเจียก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าใดนัก ถังจื้ออันปลอบใจถังเหยินเจีย  ถังจื้ออันว่าจ้างคนขับแทกซี่ที่เป็นคู่กรณีของเชิงเลี่ยง โดยให้บอกฉางจ้ายซินว่าก่อนที่เชิงเลี่ยงจะสิ้นใจลงนั้นได้เห็นบันทึกที่ฉางจ้ายซินเขียนถึงตน ฉางจ้ายซินยิ้มได้อีกครั้งเมื่อเห็นเช่นนั้น ถังซินถือกำเนิด สร้างความดีใจให้ถังเหยินเจียยิ่งนัก ทุกคนต่างแย่งกันอุ้ม ฉางจ้ายซินมีโอกาสได้พบคนขับรถแทกซี่อีกครั้ง ในที่สุดฉางจ้ายซินก็รู้ความจริงว่าถังจื้ออันว่าจ้างคนขับแทกซี่ ฉางจ้ายซินตำหนิถังจื้ออันที่หลอกลวงเธอ   ถังจื้ออันบอกฉางจ้ายซินว่าเชิงเลี่ยงเองก็ไม่อยากเห็นฉางจ้ายซิน ต้องปล่อยเนื้อปล่อยตัวเช่นนี้    ฉางจ้ายซินทุ่มเทเวลาให้คดี ในที่สุดฉางจ้ายซินก็ว่าความชนะคดี ฉางจ้ายซินขอบคุณถังจื้ออันที่เป็นกำลังใจให้เธอมาโดยตลอด

ตอนที่ 38
   ถังจื้ออี้มีโครงการเปิดร้านสาขา แต่กลับถูกหลิงลี่คัดค้าน ถังเหยินเจียล้มป่วยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หวังซิ่วฉินรีบรุดไปที่โรงพยาบาลทันที หลิงลี่,ถังจื้ออัน,ถังจื้ออี้,ถังจื้อฮวนและถังจื้อซินต่างก็รีบรุดไปที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน แต่กลับถูกหวังซิ่วฉินขับไล่ ทันใดนั้นเอง ถังเหยินเจียก็ฟื้นได้สติขึ้นมา ถังเหยินเจียบอกหวังซิ่วฉินว่าตนยินดีเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม โดยจะยกทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งให้หวังซิ่วฉิน แต่ถังเหยินเจียก็มีข้อแม้ว่าหวังซิ่วฉินจะต้องให้ตนได้พบหน้าลูกหลานสักครั้ง หวังซิ่วฉินรับปากแต่โดยดี ถังเหยินเจียและลูก ๆ ต่างพากันพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และแล้วถังเหยินเจียก็สิ้นใจลงโดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่อย่างใด หวังซิ่วฉินแค้นเคืองมากเมื่อรู้ความจริงเช่นนั้น ทั้งที่ถังเหยินเจียตายแล้วก็ยังไม่วายที่จะหลอกลวงเธอ หวังซิ่วฉินจัดงานศพให้ถังหยินเจีย แต่กลับปฏิเสธไม่ให้หลิงลี่,ถังจื้ออัน,ถังจื้ออี้และถังจื้อซินเข้าร่วมงานศพของถังเหยินเจีย หวังซิ่วฉินจัดงานแถลงข่าวขึ้นมา เธอบีบบังคับถังจื้อฮวนเข้าร่วมงานแถลงข่าว ไม่เช่นนั้นจะตัดขาดความสัมพันธ์แม่ลูก ถังจื้อฮวนไม่มีทางเลือกจึงต้องเข้าร่วมงานแถลงข่าว ถังจื้อฮวนกล่าวในงานแถลงข่าวว่าหลิงเฉี่ยวเป็นแม่ที่แสนดีของตน หวังซิ่วฉินโกรธมากเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงตบหน้าถังจื้อฮวนไปฉาดหนึ่ง จากนั้นหวังซิ่วฉินก็ประกาศตัดขาดความเป็นแม่ลูกกับถังจื้อฮวน

ตอนที่ 39
   หวังซิ่วฉินตัดสินใจฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ ถังจื้ออันขอความช่วยเหลือจากฉางจ้ายซิน ฉางจ้ายซินให้ความช่วยเหลือถังจื้ออันจนสุดความสามารถ สร้างความซาบซึ้งใจให้ถังจื้ออันยิ่งนัก หวังซิ่วฉินจัดงานแถลงข่าวขึ้นมาเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอกับฉางจ้ายเต๋อให้สาธารณชนรับรู้ ถังจื้อฮวนโกรธมากจนเนื้อตัวสั่นเทา ถังจื้ออี้ไม่พอใจที่ถังจื้ออันจัดการทรัพย์สินสกุลถังตามอำเภอใจ หลิงลี่ได้ยินเช่นนั้นจึงตำหนิถังจื้ออี้        ถังจื้ออันกล่าวว่าเมื่อเสร็จสิ้นคดีความแล้ว ตนจะไปจากฮ่องกงไปใช้ชีวิตที่อาฟริกาใต้ ฉางจ้ายซินหดหู่ใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น จัวเหวินลี่กลับไปที่บ้านสกุลจัว เธอตำหนิทุกคนที่เห็นเงินเป็นสำคัญ จนทำให้ไม่มีมโนธรรม พ่อแม่บอกจัวเหวินลี่ว่าถังจื้ออี้สามีของเธอสมคบและแอบให้ความช่วยเหลือหวังซิ่วฉิน จัวเหวินลี่คาดคั้นเอาความจริงจากถังจื้ออี้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ถังจื้ออี้ยอมรับแต่โดยดี ทั้งยังกล่าวต่อไปว่าตนจะเป็นพยานยืนยันว่าขณะที่ถังเหยินเจียทำพินัยกรรมนั้น สติสัมปชัญญะของถังเหยินเจียไม่สมบูรณ์ วันไต่สวนคดีความ ที่หน้าศาล หวังซิ่วฉินด่าทอถังจื้ออันอย่างสาดเสียเทเสีย ทั้งยังตบหน้าถังจื้อฮวนด้วยความโกรธอีกด้วย ถังจื้อฮวนได้พบกับฉางจ้ายเต๋อโดยบังเอิญ ถังจื้อฮวนขอร้องฉางจ้ายเต๋อให้ไปจากชีวิตหวังซิ่วฉิน ขณะที่เหตุการณ์กำลังชุลมุนอยู่นั่นเอง ถังจื้อฮวนถูกผลักตกบันไดจนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

ตอนที่ 40
   ถังจื้ออี้ให้การต่อศาลว่าหลังจากที่ถังเหยินเจียล้มป่วย สติสัมปชัญญะถังเหยินเจียก็ไม่สมบูรณ์  โดยยกตัวอย่างว่าในเทศกาลขนมจ้าง ถังเหยินเจียจะกินขนมไหว้พระจันทร์ ตนไม่มีทางจึงต้องออกมาช่วยครอบครัวภรรยาทำร้านอาหาร คนสกุลจัวรวมทั้งจัวเหวินลี่ให้การต่อศาลโดยยืนยันคำพูดถังจื้ออี้เป็นความจริง ฉางจ้ายซินโกรธมากที่ถังจื้ออี้และพวกให้การเท็จ แต่ตามหลักฐานที่มีการบันทึกไว้นั้น ช่วงเทศกาลขนมจ้างนั้น ถังจื้ออี้เดินทางไปติดต่อธุรกิจที่ออสเตรเลีย สามารถยืนยันได้ว่าถังจื้ออี้ไม่ได้อยู่ฮ่องกง ในเวลาเดียวกัน ทุกคนถึงรู้ว่าทั้งหมดเป็นแผนการของถังจื้ออี้ โดยต้องการให้คำให้การของพยานฟังไม่ขึ้น เพื่อที่โอกาสชนะคดีความของหวังซิ่วฉินจะได้ริบหรี่ลง วันนัดฟังคำพิพากษา ฉางจ้ายซินตัดสินใจเปิดเผยเหตุการณ์เมื่อสามสิบปีก่อนเมื่อครั้งที่หวังซิ่วฉินเข้าบ้านสกุลถัง ถังเหยินเจียตัดสินใจว่าจะมอบทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งให้หวังซิ่วฉิน หวังซิ่วฉินตื้นตันใจถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา หวังซิ่วฉินตัดสินใจถอนฟ้องเพื่อยุติปัญหา จากนั้นก็ขอโทษทุกคนในสิ่งที่แล้วมา ทุกคนพากันตะลึงโดยไม่คิดเลยว่าปัญหาจะยุติลงอย่างง่ายดาย   ฉางจ้ายเต๋อเล่นงานหวังซิ่วฉิน    หวังซิ่วฉินขับรถชนฉางจ้ายเต๋อจนถึงแก่ความตาย 

***************************
Logged
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  



สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
Siamevent Magazine Online โดย Siamevent อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
DG Style by Siamevent